เซี่ยงไฮ้
|
เซี่ยงไฮ้้ สมัยก่อนเซี่ยงไฮ้เป็นเพียงเมืองเล็กๆเมืองหนึ่ง จนกระทั่งการเข้ามาของชาวต่างชาติ เมืองก็ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ ปัจจุบันเป็นเมืองเมืองหนึ่งที่ บรรดาเศรษฐี นักธุรกิจมารวมตัวกัน อีกทั้งเป็นเมืองที่คนจีนต้องการอาศัยอยู่มากที่สุด เพราะมาตรฐานการครองชีพและ รายได้เฉลี่ยที่ค่อนข้างสูง เป็นอีกที่ที่มีการผสมผสานวัฒนธรรมจีนกับตะวันตกเข้ากันได้อย่างยอดเยี่ยม จนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองเซี่ยงไฮ้ เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดของจีนและ ถือได้ว่าเป็นมหานครที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ปัจจุบันถูกวางแผนให้เป็นเมืองศูนย์กลางการค้า เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เป็นเมืองที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า และ วิถีชีวิตของผู้คน เป็นเมืองผู้นำทางด้าน แฟชั่นและ การท่องเที่ยว จนได้รับสมญาว่าเป็น ปารีสแห่งเอเชีย, นครนิวยอร์กที่สอง และ สวรรค์ของนักเดินทาง เซี่ยงไฮ้ เป็นรัฐอิสระปกครองโดยตรงจากรัฐบาลกลาง ตั้งอยู่ที่ 31.4 แลตจิจูดเหนือ และ 121.29 ลองจิจูดตะวันออก เซี่ยงไฮ้มีความหมายว่า เมืองเหนือทะเล เพราะว่าเป็นเมืองท่าริมทะเลตอนกลางของจีน ตั้งอยู่บน แม่น้ำ Huangpu บริเวณปากแม่น้ำ Yangtze ซึ่งไหลไปบรรจบกับทะเลเหลือง ช่างไห่ หรือ เซี่ยงไฮ้ (จีน: 上海, พินอิน: Shànghǎi) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำแยงซีเกียง เป็นเขตการปกครองระดับเขตการปกครองพิเศษแบบเทศบาลนคร ซึ่งมีสถานะเทียบเท่ากับมณฑล มีท่าเรือที่มีจำนวนเรือคับคั่งที่สุดในโลก[ต้องการแหล่งอ้างอิง] ตามมาด้วยสิงคโปร์ และร็อตเตอร์ดัม เซี่ยงไฮ้ในอดีตเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมง แต่ในปัจจุบันเซี่ยงไฮ้กลายเป็นเมืองที่มีคนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นมากที่สุดในจีน เต็มไปด้วยร้านค้า สิ่งก่อสร้าง ถนนเต็มไปด้วยรถ จักรยาน และผู้คน สิ่งที่พบเห็นได้มากในเมืองนี้ จนอาจถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ คือต้นเมเปิลที่มีอายุเกือบร้อยปี ซึ่งปลูกโดยในสมัยที่ฝรั่งเศสเข้ามายึดครองเซี่ยงไฮ้
ภูมิประเทศ
ภูมิอากาศ
การคมนาคม เซี่ยงไฮ้ (Shanghai) ได้รับการขนานนามว่าเป็น "นครปารีสแห่งตะวันออก" ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มมหานครไฮโซอันดับ 5 ของโลก รองจาก กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. นิวยอร์ก ลอนดอน และ ปารีส รูปแบบการปกครองของมหานครช่างไห่จัดอยู่ในกลุ่มเมืองที่ขึ้นตรงต่อรัฐบาลกลาง ซึ่งไม่ขึ้นต่อมณฑลใด ๆ ทั้งสิ้น และปัจจุบันประเทศจีนมีเมืองที่มีรูปแบบการปกครองลักษณะนี้ทั้ง สิ้น 4 เมืองด้วยกัน ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เทียนจินและฉงชิ่ง มหานครช่างไห่ ปัจจุบันนับเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเมืองหนึ่งของโลก และมีประชากรมากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศจีน เป็นเมืองศูนย์กลางความเจริญในด้านต่างๆ ของภูมิภาค ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การเงิน การลงทุน รวมถึง ด้านแฟชั่น และการท่องเที่ยว โดยการผลักดันของรัฐบาลซึ่งให้นครเซี่ยงไฮ้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำ และเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย เซี่ยงไฮ้จึงนับเป็นความภูมิใจของชาวจีน โดยเฉพาะชาวเมืองซึ่งถือกันว่าเมืองของตนเป็นสัญลักษณ์ของจีนยุคใหม่ ในด้านความก้าวหน้า และทันสมัย เขต Puxi ในช่างไห่เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่มีการผสมผสานทางด้านวัฒนธรรม ทั้งของจีนและตะวันตกได้อย่างกลมกลืน โดยจะเห็นได้จากอาคารสถาปัตยกรรมในยุคอาณานิคมตามเขตเช่าเดิมของชาวตะวันตก ซึ่งในปัจจุบันกลายมาเป็น สัญลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของเมือง ในเขตเมืองเก่าบริเวณสวน Yuyuan ที่ถูกสร้างในสมัยราชวงศ์หมิง ซึ่งยังคงไว้ด้านรูปแบบอาคารสถาปัตยกรรมแบบจีน ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ขายของที่ระลึกและศิลปะต่างๆ นอกจากนั้นสถานที่ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเยีอนเซียงไฮ้จะพลาดไม่ได้คือ ถนนหนานจิง อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญอันหนึ่งของช่างไห่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและ เป็นถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยแหล่งร้านค้าสินค้าต่าง ๆ รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่มาจับจ่ายซื้อสินค้ามากมาย หนึ่งในย่านนั้นมีอาคารจินเหมาทาวเวอร์และ อาคารเซี่ยงไฮ้เวิร์ดไฟแนนเชียลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศจีน นอกจากนั้นเซี่ยงไฮ้ยังเป็นเมืองทันสมัยอันดับที่ 25 ของโลกจาก 53 เมืองใหญ่ทั่วโลก เช่น ปักกิ่ง มอสโก นิวยอร์ก โตเกียว ลอนดอน และปารีส
ประชากร
เศรษฐกิจ
เกษตรกรรม
อุตสาหกรรม มูลค่ารวมอุตสาหกรรมที่เป็นกิจการของรัฐบาลและที่รัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในเซี่ยงไฮ้เมื่อปี 2543 สูงถึง 317,748 ล้านหยวน คิดเป็น 45.9 %ของกิจการอุตสาหกรรมทั้งหมดในเมือง ทั้งนี้อุตสาหกรรมหลักสำคัญคืออุตสาหกรรมผลิตรถยนต์มีมูลค่าสูงถึง 329,200 ล้านหยวน คิดเป็น 53.6 % ของอุตสาหกรรมทุกประเภทในเซี่ยงไฮ้ อุตสาหกรรมอื่นๆเช่น ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ที่มีรากฐานดียังเป็นฐานรองรับการผลิตพลาสติก เส้นใยสังเคราะห์และสินค้าอื่นๆ นอกจากนี้ภาคการผลิตสิ่งทอ อุปกรณ์โทรคมนาคม การติดตั้งและผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ อุตสาหกรรมเหล็กตลอดจนเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านยังเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญอีกด้วย ในยุคแห่งความรุ่งเรืองในอดีด เซี่ยงไฮ้ ได้รับการขนานนามว่าเป็น "นครปารีสแห่งตะวันออก" มหานครเซี่ยงไฮ้ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำหวงผู่ (Huangpu) ลำน้ำหวงผู่เส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงมหานครนี้มีความยาว 49 ไมล์ ส่วนตอนบนของแม่น้ำสายนี้ยาว 19 ไมล์ ไหลบรรจบกับแม่น้ำหยางซือซึ่งจะไหลลงสู่ทะเล (คำว่า เซี่ยงไฮ้ แปลว่า ตอนบนของแม่น้ำจากทะเล) ทั้งคนท้องถิ่นและคนที่มาท่องเที่ยวเมืองแห่งนี้มีความเห็นตรงกันคือ "เหริน ไท่ ตัว" คือเมืองนี้มีคนมากเกินไป เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจีน และเป็นเมืองที่มีความเป็นเอกเทศสูง ชาวเซี่ยงไฮ้พูดภาษาจีนแบบเซี่ยงไฮ้ซึ่งคนในพื้นที่อื่นฟังไม่เข้าใจ ตามลักษณะการปกครองแล้ว เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่ไม่ขึ้นต่อมณฑลใดๆ ทั้งสิ้น และมีอำเภอรอบนอกอยู่ 10 อำเภอ และมีเมืองในเขตอำเภอต่างๆ 12 เมือง มหานครแห่งนี้มีประชากรกว่า 13 ล้านคน ตัวเมืองกินพื้นที่ประมาณ 375 ตารางกิโลเมตร มีประชากร 8 ล้านคน เซี่ยงไฮ้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองศูนย์กลางทางการค้าตั้งแต่ ปี พ.ศ. 1503 และเจริญขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งในศตวรรษต่อจากนั้นมา จนกลายเป็นเมืองท่าที่สำคัญ ซึ่งมีบริการทุกอย่างตั้งแต่ โรงเหล้า วัด ร้านค้า สถานศึกษา และคลังสินค้า ความมั่งคั่งนี้เองที่เป็นเครื่องล่อใจให้ถูกโจมตีจากญี่ปุ่น หลังจากที่ถูกโจมตีอยู่หลายครั้งหลายหนได้มีการสร้างกำแพงป้องกันการจู่โจม โดยล้อมรอบเขตเมืองกำแพงนี้คงสภาพอยู่จนปี พ.ศ. 2455 เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่มีศักยภาพสูงในด้านการก่อสร้าง ระบบสาธารณูปโภคที่มีประสิทธิภาพ จึงตกเป็นเป้าสำคัญของอำนาจจักรวรรดินิยม สนธิสัญญาหนานจิง อันเป็นผลจากความปราชัยของจีนในสงครามฝิ่น (พ.ศ. 2383 - 2385) กำหนดให้จีนเปิดท่าเซี่ยงไฮ้ให้เรือต่างชาติเข้าเทียบ กลายเป็นท่าเรือนานาชาติ และมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์การเมืองโลกเป็นอย่างมาก |